สีทนต์ มโนราห์
อักษรธรรม ๔ ผูก วัดบ้านแดงหม้อ ต.แดงหม้อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

        ยังมีนครเป็งจาล มีกษัตริย์ชื่อ ท้าวอาทิตราช พระโพธิสัตว์ได้จุติในครรภ์พระเทวีของพระองค์ เมื่อประสูติแล้วทรงพระนามว่า สีทนต์ เมื่อประสูติมามีธนูอาวุธประจำพระองค์ติดมาด้วย แสดงถึงความเป็นผู้มีบุญบารมี มีนายพรานคนหนึ่งไปล่าสัตว์ที่ป่าหิมพานต์ ไปช่วยกิตตินาคราชให้พ้นจากการคุกคามของยักษ์ นายพรานไปพบนางกินรี ชื่อมโนราห์ และพี่ของนางรวม ๗ คน มาเล่นน้ำในสระริมเขาไกรลาส นายพรานจึงยืมบ่วงบาศจากพระยานาคไปคล้องนางมโนราห์ได้ แล้วนำนางไปถวายท้าวสีทนต์ ท้าวสีทนต์ยกนางไว้ในตำแหน่งมเหสี ต่อมามีโจรมารุกรานนอกเมือง ท้าวสีทนต์จึงไปปราบโจร ท้าวอาทิตราช ได้ทรงพระสุบินว่า ไส้ได้ไหลออกจากท้องจึงให้หมอโหรมาทายดู หมอโหรทายว่าจะต้องเอาเนื้อนางมโนราห์ เซ่นผีบ้านเมือง นางมโนราห์จึงทำอุบายขอปีกหางจะรำให้ดู แล้วนางก็บินหนีไปยังเขาไกรลาส ท้าวสีทนต์ไปปราบโจร ๓ เดือนก็สำเร็จ กลับมาไม่พบมโนราห์จึงออกตามหา ท้าวสีทนต์ไปตามหานางด้วยความยากลำบาก ไปพบพระฤาษีที่นางมโนราห์ฝากแหวนไว้ พระฤาษีชี้ทางไปและแนะนำเช่นการกินผลไม้ให้กินตามนก จะพบเส้นทางยากลำบาก ให้ปราบด้วยมะนาวเสกต่อมาพบยักษ์สูงเจ็ดชั่วลำตาล ให้ใช้ปืนยิง และข้ามแม่น้ำที่มีงูจงอาง งูเหลือม งูทำทาน เป็นแม่น้ำที่มีพิษ พ้นจากตรงนั้นจะต้องเกาะหลังนกอินทรีย์ไปจนกว่านกอินทรีย์จะพาบินไปถึงป่าหิมพานต์ของนางมโนราห์ ในที่สุดท้าวสีทนต์ก็ได้พบกับนางมโนราห์สมดังปรารถนา

กลับหน้าแรก ข้อมูลโรงเรียน วรรณกรรมอีสาน