ทรายฟองหนองคำแสน
อักษรธรรม ๑ ผูก วัดมัชฌิมาวาส บ้านนานางวาน ต.ม่วงใหญ่ อ.โพธิ์ไทร

     กล่าวถึงเมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ไปโปรดสัตว์ในที่ต่างๆ พร้อมพระสาวกไปถึงดอยช้างสาร มีพระยานาคมาขอศีล ทรงเทศนาสั่งสอน และประทับรอยพระบาทไว้ให้สักการะบูชา ณ ที่แห่งนั้น พระอินทร์ได้มาทูลถามปัญหาถึงการทำบุญของพุทธบริษัทภายหลังที่พระองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ว่าจะได้อานิสงส์อย่างไร พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า ศาสนาของพระองค์จะมีอายุเพียง ๕,๐๐๐ ปี ใครที่รีบทำบุญในพระพุทธศาสนาจะได้อานิสงส์มาก และทรงพยากรณ์อานิสงส์ของการทำบุญให้ทาน รักษาศีล ภาวนา ในระยะเวลาต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๐๐๐ เรื่อยไป จนถึง พ.ศ. ๕๐๐๐ ใครทำบุญในยุคหลังๆ จะได้อานิสงส์น้อย เพราะภิกษุในยุคหลังๆ ไม่ใช่พระอรหันต์ ซ้ำยังไม่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ผู้ทำบุญจึงไม่ได้บุญมากในยุคท้ายๆ การทำบุญแทบไม่มีผล และกล่าวถึงความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในยุคต่างๆ ตามความเชื่อปัญจอันตรธาน (พุทธพจน์จะอันตรธานเพราะสาเหตุห้าประการ) ภายหลังที่พระพุทธเจ้าเสด็จสู่ปรินิพพานแล้ว ถึง พ.ศ. ๒๔๓๐ พระอินทร์ได้เล็งดูสัตว์โลกพบว่าสัตว์โลกทั้งหลายเดือดร้อนกันทั่วไปทุกหย่อมหญ้า เช่น อดอยาก ยากจน เกิดโรคภัยเบียดเบียน เกิดอุบัตวเหตุ คนวิวาทตีด่ากัน คนอายุสั้นลง ทั้งนี้ เนื่องจากอิทธิพลของยักษ์บันดาลให้เกิด พระอินทร์จึงให้คาถาไว้แก่ประชาชนเพื่อจะได้ท่องจำไว้รักษาตนเอง พร้อมกับกล่าวถึงคำพยากรณ์ว่า ผู้มีบุญจะมาในปีระกา จอ กุน โดยจะมีกำเนิดจากภูชุน (เว้) เป็นผู้มีความรู้ เป็นผู้วิเศษ จะมาสร้างเมืองทรายฟองหนองคำแสนให้เจริญ (อยู่ฝั่งประเทศลาว) และกล่าวถึงอิทธิฤทธิ์ของผู้มีบุญต่างๆ พร้อมกับสถานการณ์บ้านเมืองในปีนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร เอกสารนี้อยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ใช้ปลุกระดมในขบวนการผีบุญ (ขบถผีบุญปี พ.ศ. ๒๔๔๔) ในแถบมณฑลอีสาน มณฑลอุดร
(หมายเหตุ น่าจะเป็นเรื่องเดียวกับ หนังสือก้อมกันยักษ์ : ครูวัฒน์)

กลับหน้าแรก ข้อมูลโรงเรียน วรรณกรรมอีสาน