นกกระจอก
(ท้าววรกิต นางจันทะจร)
อักษรธรรม ๑ ผูก วัดนาเจริญ ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร จ. อุบลราชธานี

       มีนกกระจอกน้อย ๒ ผัวเมียทำรังอยู่ที่เคราพระฤาษี วันหนึ่งพ่อนกได้ออกไปหาเหยื่อมาเลี้ยงแม่นก และลูกอ่อน ไปถูกดอกบัวหุบกลีบขังไว้ไม่สามารถกลับมาหาลูกเมียได้ เมื่อกลับมาได้ทะเลาะกับแม่นก และสาบานว่าถ้าตนนอกใจคู่ของตนดังที่แม่นกกล่าวหาก็ขอให้มีบาปเท่าฤาษี ฤาษีได้ยินจึงโกรธ ถามนกว่าทำไมตนจึงมีบาป นกบอกว่าเพราะฤาษีไม่มีลูกสืบสกุล ตายไปก็ตกนรก (คติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู) ฤาษีจึงไล่นกไปอยู่ที่อื่นและตนก็ลาเพศฤาษี ไปมีชีวิตครอบครัวเช่นคนทั่วไป นกสองผัวเมียพาลูกไปอาศัยป่าเลา
อยู่มาวันหนึ่งไฟไหม้ป่า พ่อนกและแม่นกสัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งลูก จะขอตายในกองไฟพร้อมๆ กัน แต่เมื่อไฟมาถึง พ่อนกทนความร้อนไม่ไหวจึงบินหนีไป ทิ้งให้แม่นกกับลูกตายในเปลวไฟ ก่อนตายได้สาบานว่าจะไม่พูดกับผู้ชายเป็นอันขาด นางนกกระจอกไปเกิดเป็นลูกสาวเจ้าเมืองแห่งหนึ่งชื่อนางจันทะจร นางมีรูปร่างงดงามแต่ไม่ยอมพูดจากับผู้ชายเลย พ่อนกไปเกิดเป็นชายหนุ่มรูปงาม ลูกชายของเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง มีนามว่าท้าววรกิต เมื่อโตเป็นหนุ่มได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางจันทะจรจึงมาหา พระราชาบิดานางจันทะจรได้ป่าวร้องให้ผู้มีวิชาดีมารักษาโรคที่นางไม่ยอมพูดกับผู้ชาย ชายใดสามารถทำให้นางพูดด้วย จะยกนางให้อภิเษกเป็นคู่ครอง ท้าววรกิตไปเรียนวิชาถอดจิตกับพระอาจารย์และไปอาสาพูดกับนาง ท้าววรกิตได้ถอดจิตไปไว้กับหมอนกับเครื่องใช้ต่างๆ ทำให้เครื่องใช้นั้นๆ พูดได้ และเล่านิทานให้หมอนฟังเป็นนิทานโจมตีให้ร้ายผู้หญิง แต่นางไม่ยอมพูดด้วย ในที่สุดได้เล่าเรื่องนกกระจอกแต่ตอนจบแกล้งเล่าให้ผิดว่านกตัวเมียไม่ยอมรักษาสัญญาบินหนีก่อน ปล่อยให้นกตัวผู้ตายกับลูกในกองไฟ นางจันทะจรโกรธมากเผลอตัวพูดแย้งว่าไม่จริง เมื่อนางพูดแล้วบิดาจึงอภิเษกให้ท้าววรกิตครองเมืองกับนางจันทะจรตามสัญญา

กลับหน้าแรก ข้อมูลโรงเรียน วรรณกรรมอีสาน