จำปาสี่ต้น
อักษรธรรม ๑ ผูก วัดทุ่งศรีเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี


    
มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ชื่อเมืองจักขิน ครั้งหนึ่งเกิดภัยใหญ่ขึ้น คือมีฮุ้งใหญ่หรือเหยี่ยวใหญ่สองตัวผัวเมียมาจับประชาชนกินเป็นอาหารเป็นประจำ เจ้าเมืองหมดทางสู้จึงนำธิดาสาวชื่อปัดทุมมาไปซ่อนไว้ในกลองในพระราชวัง ในที่สุดฮุ้งใหญ่จับคนกินหมด ต่อมาท้าวจุลละนีแห่งเมืองปัญจานครได้ออกล่าสัตว์ได้หลงเข้าไปในเมืองจักขิน ได้เห็นเป็นเมืองร้างเต็มไปด้วยซากกระดูก จึงไปตีกลองได้ยินเสียงนางปัดทุมมาร้องออกมาจากในกลอง จึงเอานางออกมา ดังนั้นนางจึงมีชื่อหนึ่งว่านางคำกลอง ท้าวจุลละนีจึงได้นางเป็นมเหสีคนที่สองรองจากนางอัคคี เมื่อนางปัดทุมมาประสูตินางอัคคีเอาผ้าผูกตา แล้วเอาลูกสุนัขมาเปลี่ยนพร้อมทั้งใส่ร้ายนางว่ามีความผูกพันกับสุนัข ท้าวจุลละนีจึงเนรเทศนางออกจากเมืองไป เป็นคนเลี้ยงหมู แสนทุกข์ทรมานกายใจ ส่วนกุมารทั้งสี่องค์ถูกนางอัคคีจับใส่ไหลอยน้ำไปติดอยู่ที่สวนดอกไม้ ย่าจำสวนเอาศพทั้งสี่กุมารไปเผา ตรงเชิงตะกอนที่เผานั้นเกิดมีต้นจำปาขึ้นสี่ต้น นางอัคคีสืบทราบความจริงอีก จึงให้เสนามาโค่นแล้วให้ลอยน้ำไป จำปาทั้งสี่ต้นลอยไปถึงพระฤาษี พระฤาษีชุบชีวิตให้เป็นมนุษย์ดังเดิมแล้วสอนวิชาอาคมต่างๆ ให้กุมารทั้งสี่คนได้เที่ยวรบชนะยักษ์มารและมนุษย์ได้เมืองขึ้นมากมายแล้วกลับมาหาย่าจำสวนออกเดินทางติดตามหาแม่จนพบแล้วเข้าเฝ้าท้าวจุลละนี เล่าความจริงให้ทราบแล้วอยู่ครองเมืองต่อไป ส่วนนางอัคคีถูกลงโทษให้เป็นทาสเลี้ยงหมู

กลับหน้าแรก ข้อมูลโรงเรียน วรรณกรรมอีสาน